วันพุธที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2556

เอกสารประกอบการแต่งตั้งยศว่าที่ร้อยตรี ( ผู้ที่จบ นศท.รด.ชั้นปีที่ 5)

เอกสารประกอบการแต่งตั้งยศว่าที่ร้อยตรี
หลักฐานที่ต้องถ่ายเอกสาร 2 ฉบับ เรียงตามลำดับดังนี้
1. ใบรับรองวิทยฐานะนักศึกษาวิชาทหารชั้นปีที่ 5
2. คำสั่งแต่งตั้งยศ ตั้งแต่ยศจ่าสิบเอกคำสั่งใดคำสังหนึ่งลงมาเพียงคำสั่งเดียว
3. แบบ ส.ด.8 ส่วนแผ่นพับทั้งด้านหน้าและด้านหลัง และส่วนที่มีรูปถ่ายของเรา
4. ปริญญาบัตร ประกาศนียบัตรวิชาชีพขั้นสูง อนุปริญญา หรือ ใบรับรองวุฒิการศึกษา (ไม่รับใบ Transcript) และต้องระบุวันที่สำเร็จการศึกษาด้วย
5. บัตรประชาชน
6. ทะเบียนบ้าน (ท.ร.14)

  เอกสารดังกล่าวข้างต้น ทำสำเนาอย่างละ 2 ฉบับ แยกออกเป็น 2 ชุด จัดเรียงตามลำดับข้างต้น
  สำหรับ นศท.หญิง ไม่ต้องใช้สมุดสำคัญทหารกองหนุน ส.ด.8

หมายเหตุ
- ถ้าเปลี่ยนชื่อตัวหรือนามสกุล เพิ่มสำเนาใบอนุญาตการเปลี่ยนชื่อและนามสกุล 2 ใบ
- สำเนาเอกสารทุกฉบับให้ลงลายมือชื่อรับรองความถูกต้อง
- เอกสารข้อ 1 และ 2 ขอรับได้ที่หน่วยบัญชาการรักษาดินแดนหรือ มทบ.ที่ให้การฝึก นศท.ชั้นปีที่3 (สำหรับคำสั่งสิบเอกสิบโท )
  โดยใช้ ส.ด.8 เป็นหลักฐานในการขอรับ
- กรอกแบบรายการตั้งประวัติเพื่อการแต่งตั้งยศนักศึกษาวิชาทหารที่กองเตรียมพลหน่วยบัญชาการรักษาดินแดนหรือศูนย์ฝึก นศท.ประจำ มทบ./จทบ. ที่ให้การฝึก
- สงสัยติดต่อที่กองการเตรียมกำลังพล หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน โทร.02-223-3254

  ข้อความต้องห้ามที่อยู่ในเอกสารคุณวุฒิทางการศึกษาห้ามมีข้อความ กำลังศึกษา กำลังรออนุมัติจากสภามหาวิทยาลัย โดยเด็ดขาด

  เนื่องจากการส่งเอกสารจากศูนย์ฝึก นศท. ในต่างจังหวัด ต้องรวบรวมให้ได้ปริมาณมากพอ คุ้มค่าต่อการจัดส่ง อาจทำให้เอกสารสูญหายหรือคำสั่งแต่งตั้งยศออก
  ไม่ทันกับการรับปริญญาจึงไม่สามารถสวมเครื่องแบบปกติขาว เพื่อเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรได้ หากสวมโดยไม่มีคำสั่งประกอบจะผิด พรบ. เครื่องแบบ
  ดังนั้นเพื่อใช้สิทธิ์การสวมเครื่องแบบปกติขาวที่ถูกต้องโดยคำสั่งออกเร็วภายใน 3 เดือน ให้ส่งเอกสารทั้งหมดมาที่
 
  จ่าสิบเอก ปัญญา ศรีชัยนาท
  กองการเตรียมพล หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน
  เลขที่ 2 ถนนเจริญกรุง แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200


  พร้อมแจ้งหมายเลขโทรศัพท์บ้าน หมายเลขโทรศัพท์เคลื่อนที่ อีเมล์ มาด้วย
  วงเล็บมุมซองว่า ส่งเรื่องแต่งตั้งยศ
  เพื่อป้องกันเอกสารสูญหายขอให้ส่งแบบลงทะเบียน

  กรณี ที่ไม่มีคำสั่งแต่งตั้งยศหรือใบรับรองวิทยฐานะ นศท.ชั้นปีที่ 5 ให้ส่งเอกสารเท่าที่มีอยู่มา แต่ต้องแจ้งว่าเรียน รักษาดินแดนชั้นปีที่ 3 หรือ ปี 5
            ปีการศึกษาอะไร(ดูได้จากใบรับรองวิทยฐานะชั้นปีที่ 3) ทางเจ้าหน้าที่ ที่ นรด. จะสืบค้นให้

  ถ้าไม่ได้ไปขอแบบรายการตั้งประวัติเพื่อการแต่งตั้งยศนักศึกษาวิชาทหารให้ดาวน์โหลดจากแฟ้มแนบในกระทู้นี้
  ซึ่งผมได้ขอมาจากกองเตรียมพลแล้ว

  คำแนะนำในการถ่าย สด.8
  กระดาษด้านบนเป็นสำเนาของหน้าที่มีรูปถ่าย
  ด้านซ้ายเป็นสำเนาของแผ่นพับส่วนที่เป็นประวัติส่วนตัว
  ด้านขวาเป็นสำเนาของแผ่นพับส่วนที่เป็นชั้นกองหนุน




คุณสมบัติของผู้เข้ารับการฝึกเลื่อนยศและเอกสารประกอบการสมัคร
คุณสมบัติของผู้เข้ารับการฝึกเลื่อนยศ
  1.เพศชาย อายุไม่เกิน 35 ปี
  2.เหล่าที่รับสมัคร
·                 ชั้นสัญญาบัตร เปิดรับสมัครกำลังพลสำรองที่สังกัด เหล่าทหารราบ เหล่าทหารม้า และเหล่าทหารปืนใหญ่ เท่านั้น
·                 ชั้นประทวน เปิดรับสมัครกำลังพลสำรองที่สังกัด เหล่าทหารราบ เหล่าทหารม้า เหล่าทหารปืนใหญ่ เหล่าทหารช่าง
และเหล่าทหารสื่อสารเท่านั้น
3.สำเร็จการศึกษาระดับอนุปริญญาขึ้นไป (เฉพาะผูสมัครฝึกในหลักสูตรเลื่อนชั้นยศ - ฐานะ)
  4.นายทหารชั้นประทวนนอกราชการหรือนายทหารชั้นสัญญาบัตรกองหนุนที่ได้รับการแต่งตั้งยศพร้อมกับชั้นครองยศ
     ปัจจุบันไม่ต่ำกว่า 3 ปี ก่อนวันที่ 1 พฤษภาตมของปีที่สมัครฝึกเลื่อนยศ

  **คำแนะนำเพิ่มเติม** ท่านต้องไม่มีภาระส่วนตัว ที่ต้องมีเหตุให้ลาบ่อยๆอาทิเช่น
  1.ภรรยาอยู่ในระหว่างการตั้งครรภ์ ต้องลากลับไปดูแลบ่อยๆ
  2.อยู่ในระหว่างทดลองงาน ลากิจไม่ได้ เมื่อลาแล้ว อาจมีผลต่อการทำงาน
  3.อยู่ระหว่างศึกษาต่อ ต้องลาสอบ ลาไปเรียนนอกเวลา
  4.ทำงานอยู่ในตำแหน่งสูง ต้องลากลับไปดูแลบริษัทและลูกน้องบ่อยๆ
  5.มีปัญหาทางบ้าน ต้องดูแลบุพการี ดูแลบุตร
  6.และอื่นๆ

  เพราะหากท่านลากิจเกินกว่าที่ระเบียบกำหนด จะถูกตัดสิทธิการฝึก และไม่ได้รับการแต่งตั้งยศ
  **หากท่านแน่ใจว่าเรื่องส่วนตัวไม่เป็นอุปสรรคในการฝึก ก็สามารถสมัครได้ครับ**

  ดังนั้นผู้สมัครทุกท่าน ก่อนสมัครต้องสำรวจว่า มีความพร้อมที่จะเข้ารับการฝึกอย่างเต็มเวลา 30 วันอย่างแท้จริง
  เมื่อยื่นเอกสารสมัครแล้วจะไม่สามารถยื่นถอดการฝึกภายหลังไม่ได้ หรือขอลากิจมากเกินจนถูกตัดสิทธิ จะทำให้
  เกิดความยุ่งยาก ด้านเอกสารเป็นอย่างมาก

  การตรวจสอบคุณสมบัติการครองยศ
  วิธีการตรวจว่าสามารถเข้าฝึกเลื่อนยศได้หรือไม่ ดูจากวันเดือนปีที่เซ็นคำสั่งอนุมัติให้แต่งตั้งยศ กับวันปิดรับสมัคร เช่น
  ตัวอย่างที่ 1 คำสั่งอนุมัติให้แต่งตั้งคือ 1 มีนาคม 2548 แต่วันที่ปิดรับสมัครคือ 30 เมษายน 2552 คุณสามารถไปสมัครฝึก
  เลื่อนยศได้ตั้งแต่ปี 2551 เป็นต้นไป เพราะครองยศครบ ทั้งเลขวันและเดือน
  ตัวอย่างที่ 2 คำสั่งอนุมัติให้แต่งตั้งคือ 1 กรกฎาคม 2550 แต่วันที่ปิดรับสมัครคือ 30 เมษายน 2553 คุณสามารถไปสมัคร
  เลื่อนยศ ได้ตั้งแต่ปี 2554 เป็นต้นไป เพราะเนื่องจากครองยศไม่ครบ 3 ปี

  สาเหตุที่ต้องครองยศให้ครบก่อนวันที่ 1 พฤษภาคมของปีที่สมัครจึงจะสมัครได้ เพื่อให้คำสั่งแต่งตั้งยศออกภายในปลายปี
  ที่ได้รับการคัดเลือกเพื่อเข้ารับการฝึก หากครองยศไม่ครบแล้วไปสมัครและได้รับการคัดเลือก ภายหลังเจ้าหน้าที่โรงเรียน
  การกำลังสำรอง ตรวจพบว่าครองยศไม่ครบ จะถูกครองเรื่องไว้จนกว่าครองยศครบจึงได้รับการแต่งตั้งยศอาจมีปัญหา
  เอกสารสูญหายได้

  เอกสารประกอบการสมัคร
  เตรียมเอกสารต่อไปนี้ ทำสำเนาอย่างละ 2 ฉบับ แยกออกเป็น 2 ชุด จัดเรียงตามหมายเลขที่เขียนไว้ เย็บให้เรียบร้อย
  1.คำสั่งแต่งตั้งยศ
  2.สด.8 หน้าที่มีรูปถ่าย ส่วนแผ่นพับทั้งด้านหน้า(ประวัติส่วนตัว)ด้านหลัง(ชั้นกองหนุน)
  3.บัตรประชาชน
  4.ทะเบียนบ้าน
  5.วุฒิการศึกษา

  สาเหตุที่ต้องแยกเอกสารเป็นชุด เพราะต้องส่งเอกสารให้หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน 1 ชุด อีก 1 ชุดเก็บที่ จทบ.
  ที่กำลังพลสำรองสังกัด โดยฝ่ายสรรพกำลังจังหวัดทหารบกเป็นผู้จัดส่งให้หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน

  เมื่อเตรียมเอกสารครบ นำไปติดต่อฝ่ายสรรพกำลัง จังหวัดทหารบกที่คุณสังกัด
  ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ - 30 เมษายน ของทุกๆปี

  เฉพาะจังหวัดทหารบกกรุงเทพ เริ่มรับสมัครวันที่ 1 มีนาคม - 30 เมษายน ของทุกๆปี

  เนื่องจากอัตรารับมีจำนวนจำกัด ต้องรีบไปให้ไวที่สุด

  ในวันรับสมัคร แต่งกายชุดสุภาพชน สวมรองเท้าหุ้มส้นครับ

  จังหวัดทหารบกที่คุณสังกัดทราบได้จากข้อความสังกัด บก. จทบ. ในคำสั่งแต่งตั้งยศ

  สำหรับใบสมัคร ให้คุณดาวน์โหลดใบสมัครฝึกเลื่อนยศและกรอกให้เรียบร้อย

  ประการผลสอบคัดเลือกในเดือน กรกฎาคม เมื่อมีรายชื่อให้ไปรับคำสั่งเรียกพลในปลายเดือน กรกฎาคม ที่ จทบ.
  ที่คุณสังกัด แล้วนำหมายเรียกไปแสดงกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลของหน่วยงานที่คุณทำงานอยู่

  ด้วยความปรารถนาดี



การปฏิบัติตนหลังได้รับคำสั่งแต่งตั้งยศ
สวัสดีครับ น้อง ๆ ว่าที่ร้อยตรีทุกคนหลังจากน้องได้รับคำสั่งแต่งตั้งยศแล้ว สิ่งที่น้องต้องปฏิบัติมีดังนี้
ว่าที่ร้อยตรีหญิง รายงานตัวที่ กรมกำลังพลทหารบก กองบัญชาการทหารบก ข้างองค์การสหประชาชาติ ถนนราชดำเนินนอก
 ว่าที่ร้อยตรีชาย รายงานตัวที่ ฝ่ายสรรพกำลัง จังหวัดทหารบกที่ตนเองสังกัด ซึ่งจังหวัดทหารบกจะระบุในคำสั่งแต่งตั้งยศแล้ว

 จุดประสงค์ของการรายงานตัว คือ ทางจังหวัดทหารบกหรือต้นสังกัดได้ทราบว่าชั้น ยศปัจจุบันของน้องคือชั้นยศอะไร
 เวลาเรียกพลเพื่อตรวจสอบจะได้ใช้คำนำหน้าที่ถูกต้อง ไม่เรียกซ้ำซ้อน ๒ ชั้นยศ (เรียกพลในชั้นว่าที่ร้อยตรีแทน)
 รวมถึงสวัสดิการที่ได้ในวันรายงานตัวเป็นไปตามชั้นยศเมื่อถูกระดมพล สำหรับเอกสารประกอบการรายงานตัวได้แก่

 ๑ สำเนาคำสั่งแต่งตั้งยศ ๒ ฉบับ
 ๒ สำเนาวุฒิการศึกษา ๒ ฉบับ
 ๓ สำเนาทะเบียนบ้าน ๒ ฉบับ
 ๔ สำเนาบัตรประชาชน ๒ ฉบับ
 ๕ สำเนา สด.๘ ส่วนแผ่นพับทั้งด้านหน้าและด้านหลัง รวมถึงหน้าที่มีรูปถ่าย อย่างละ ๒ ชุด (เฉพาะนายทหารชาย)
 ๖ แผนที่ทางเข้าบ้าน ๒ ฉบับ

 แยกออกเป็น ๒ ชุด เรียงตามลำดับก่อนหลังตามที่เขียนไว้ เซ็นรับรองความถูกต้อง

 กิจกรรมดังกล่าวข้างต้นต้องกระทำในวันและเวลาราชการเท่านั้น

3 ความคิดเห็น:

  1. ถ้าไม่ได้ไปขอแบบรายการตั้งประวัติเพื่อการแต่งตั้งยศนักศึกษาวิชาทหารให้ดาวน์โหลดจากแฟ้มแนบในกระทู้นี้
    ซึ่งผมได้ขอมาจากกองเตรียมพลแล้ว


    อยู่ตรงไหน หรอครับ หาไม่เจอเลย

    ตอบนำออก
  2. น้องคัดลอกข้อความมานี่ พี่ทราบเลยว่าน้องไม่เคยขอให้เครดิตกับผู้เขียน ไม่ได้ขออนุญาตนำบทความไปเผยแพร่

    ลบเสียเถอะ มันไม่งาม ผุ้ทีมีมารยาทเขาจะขอก่อน

    ใครอยากดูต้นฉบับว่าเขียนอย่างไร ไปที่ www.facebook.com/groups/orotc5year

    ตอบนำออก
  3. ผมส่งหลักฐานแต่งตั้งยศว่าที่ร้อยตรีแล้วครับ เมื่อปี 2556 แต่ไม่มีคำสั่งออกมาที่ครับ เมื่อไร จะมีคำสั่งออกมาครับ มีแต่คำสั่งแต่งตั้งยศ สิบเอกครับ

    ตอบนำออก